
เชื้อ Acetobacter sp. 3 สายพันธุ์ จากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย มีลักษณะเฉพาะทางสัณฐานวิทยา ชีวเคมีและการสร้างวุ้นแตกต่างกัน โดยเมื่อเลี้ยงในอาหารเหลวน้ำมะพร้าวที่ปรับปริมาณของแข็งที่ละลายน้ำทั้งหมดเป็น 9 ํBrix ด้วยน้ำตาลซูโครสและปรับค่าความเป็นกรดด่างให้เป็น 5 ด้วยกรดอะซิติก ที่อุณหภูมิ 30 ํC เป็นเวลา 7 วัน พบว่า สายพันธุ์ TISTR 893 สร้างวุ้นที่มีความหนา 0.36 เซนติเมตร มีน้ำหนักเปียก 9.78 กรัม ปริมาณกรดในอาหารเป็น 0.22% (w/v) ผลิตเซลลูโลส 35.27% (กรัมเซลลูโลสต่อปริมาณน้ำตาลที่ใช้ 100 กรัม) TISTR 975 สร้างวุ้นที่มีความหนา 1.04 เซนติเมตร มีน้ำหนักเปียก 27.73 กรัม ปริมาณกรดในอาหารเป็น 0.30% ผลิตเซลลูโลส 27.88% และ TISTR 1037 สร้างวุ้นที่มีความหนา 0.55 เซนติเมตร มีน้ำหนักเปียก 14.56 กรัม ปริมาณกรดในอาหารเป็น 0.23% ผลิตเซลลูโลส 30.10% เมื่อทำการเลี้ยงเชื้อและต่อเชื้อ 3 วิธีคือ เลี้ยงเชื้อในอาหารเหลวที่ภาวะนิ่งต่อเชื้อทุกๆ 3 วัน เลี้ยงเชื้อในอาหารเหลวที่ภาวะเขย่าด้วยความเร็วรอบ 150 rpm ต่อเชื้อทุกๆ 3 วัน และเลี้ยงเชื้อในอาหารเหลวสลับกับอาหารแข็งที่ภาวะนิ่งต่อเชื้อทุกๆ 7 วัน ทำให้พบเชื้อแปรผัน 4 สายพันธุ์ที่มีลักษณะโคโลนีเปลี่ยนไปจากลักษณะโคโลนีสายพันธุ์เดิมดังนี้ 893A แปรจาก TISTR 893 หลังจากเลี้ยงในอาหารเหลวสลับกับอาหารแข็งที่ภาวะนิ่งและต่อเชื้อเป็นจำนวน 10 ครั้ง สร้างวุ้นที่มีความหนา 0.38 เซนติเมตรและผลิตเซลลูโลสลดลงเป็น 12.97% 975A แปรจาก TISTR 975 หลังจากเลี้ยงในอาหารเหลวที่ภาวะเขย่าและต่อเชื้อเป็นจำนวน 16 ครั้ง สร้างวุ้นที่มีความหนา 0.63 เซนติเมตรและผลิตเซลลูโลสลดลงเป็น 13.02% 975B แปรจาก TISTR 975 หลังจากเลี้ยงในอาหารเหลวที่ภาวะนิ่งและต่อเชื้อเป็นจำนวน 16 ครั้ง สร้างวุ้นที่มีความหนา 0.41 เซนติเมตรและผลิตเซลลูโลสลดลงเป็น 11.36% 1037A แปรจาก TISTR 1037 หลังจากเลี้ยงในอาหารเหลวที่ภาวะเขย่าและต่อเชื้อเป็นจำนวน 16 ครั้ง สร้างวุ้นที่มีความหนา 0.64 เซนติเมตรและผลิตเซลลูโลสลดลงเป็น 16.51% ในระหว่างการเลี้ยงเชื้อและต่อเชื้อทั้ง 3 วิธีเมื่อต่อเชื้อครบทุก 4 ครั้ง จะนำเชื้อมาวัดการสร้างวุ้นเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของเชื้อเปรียบเทียบกับลักษณะโคโลนีบนอาหารแข็ง พบว่าถึงแม้เชื้อจะมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการสร้างวุ้นในทุกครั้งที่ทำการวัด แต่ลักษณะโคโลนีของเชื้อไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วยทุกครั้ง เมื่อทดสอบลักษณะทางชีวเคมีของเชื้อแปรผันทั้ง 4 สายพันธุ์ พบว่ามีความแตกต่างกันและแตกต่างจากเชื้อตั้งต้น แต่เมื่อทดสอบลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อตั้งต้น 3 สายพันธุ์และเชื้อแปรผัน 4 สายพันธุ์ โดยใช้เทคนิค Restriction Fragment Length Polymorphism (RFLP) ด้วยเรสทริกชันเอนไซม์ 8 ชนิดพบว่า แถบดีเอ็นเอของแต่ละสายพันธุ์บนอะกาโรสเกิดจากการตัดด้วยเอนไซม์ทั้ง 8 ชนิดไม่มีความแตกต่างกัน
| selected citations These citations are derived from selected sources. This is an alternative to the "Influence" indicator, which also reflects the overall/total impact of an article in the research community at large, based on the underlying citation network (diachronically). | 0 | |
| popularity This indicator reflects the "current" impact/attention (the "hype") of an article in the research community at large, based on the underlying citation network. | Average | |
| influence This indicator reflects the overall/total impact of an article in the research community at large, based on the underlying citation network (diachronically). | Average | |
| impulse This indicator reflects the initial momentum of an article directly after its publication, based on the underlying citation network. | Average |
