Powered by OpenAIRE graph
Found an issue? Give us feedback
addClaim

การใช้ฟิล์มไคโตซานที่มีสารสกัดจากชาเขียว Camellia sinensis ในการยืดอายุการเก็บผลิตภัณฑ์ไส้กรอกหมู

การใช้ฟิล์มไคโตซานที่มีสารสกัดจากชาเขียว Camellia sinensis ในการยืดอายุการเก็บผลิตภัณฑ์ไส้กรอกหมู

Abstract

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาการใช้ฟิล์มไคโตซานที่เติมสารสกัดชาเชียวเพื่อยืดอายุการเก็บผลิตภัณฑ์ไส้กรอกหมู โดยแบ่งการทดลองออกเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกเป็นการศึกษาภาวะที่เหมาะสมในการเตรียมสารสกัดชาเขียวโดยศึกษาผลของอุณหภูมิและเวลาที่ใช้ในการสกัดต่อปริมาณสารประกอบฟีนอลลิกทั้งหมด (total phenolic content, TPC) พบว่าอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสมต่อการสกัดชาเขียวคือ อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส (°C) เวลา 20 นาที (min) ซึ่งเป็นภาวะที่ให้ปริมาณสารประกอบฟีนอลิก 154.77 mg gallic acid equivalent/g sample (mg GAE/g) จากนั้นศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดชาเขียว โดยแปรความเข้มข้นของสารสกัดชาเขียวเป็น 2, 5, 10 และ 20%(w/v) ติดตามผลโดยการหาปริมาณฟีนอลิกทั้งหมด, ปฏิกิริยาการจับอนุมูล 2,2-diphenyl-1-picrylhydrazyl (DPPH) และ การยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ 4 ชนิด ได้แก่ Staphylococcus aureus TISTR 118, Salmonella Enteritidis DMST 17368, Escherichia coli TISTR 780 และ Pseudomonas fluorescens TISTR 358 ด้วยวิธี agar diffusion ผลการทดลองพบว่าปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดในสารสกัดชาเขียวอยู่ในช่วง 155.08-605.61 mg GAE/g sample และเมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารสกัดชาเขียว ปริมาณฟีนอลิกทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p≤0.05)ส่วนเปอร์เซ็นต์การจับอนุมูล DPPH มีค่าสูงที่สุด (70.32%) เมื่อใช้สารสกัดที่ความเข้มข้น 10% และพบสารสกัดชาเขียวให้ประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของ S.aureus ดีที่สุดรองลงมาคือ E.coli อย่างไรก็ตามที่ความเข้มข้นของสารสกัด 2, 5 และ 10% ไม่สามารถยับยั้งการเจริญของ P.fluorescens และ S. enteritidis แต่ยับยั้งได้เล็กน้อยที่ความเข้มข้นของสารสกัด 20% การทดลองขั้นที่ลองศึกษาผลของการเติมสารสกัดชาเขียวความเข้มข้น 0,2,5, 10 และ 20%(w/v) ต่อสมบัติทางกายภาพ, เคมี และจุลินทรีย์ของฟิล์มไคโตซานพบว่าเมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารสกัด ค่าการซึมผ่านของไอน้ำ (water vapor permeability, WVP) และค่าความสว่าง (L*) มีค่าลดลงนอกจากนี้ยังพบว่าค่าความหนา, ค่าสีแดง (a*), ค่าสีเหลือง (b*) และการเปลี่ยนแปลงของค่าสี (E ) มีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p ≤ 0.05) ส่วนเปอร์เซ็นต์การจับอนุมูล DPPH มีค่าสูงที่สุด (70.32%) เมื่อใช้สารสกัดที่ความเข้มข้น 10% และพบว่าสารสกัดชาเขียวให้ประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญของ S.aureus ดีที่สุดรองลงมาคือ E.coli อย่างไรก็ตามที่ความเข้มข้นของสารสกัด 2, 5 และ 10% ไม่สามารถยับยั้งการเจริญของ P.fluorescens และ S.enteritidis แต่ยับยั้งได้เล็กน้อยที่ความเข้มข้นของสารสกัด 20% การทดลองขั้นที่ลองศึกษาผลของการเติมสารสกัดชาเขียวความเข้มข้น 0, 2, 5, 10 และ 20%(w/v) ต่อสมบัติทางกายภาพ, เคมี และจุลินทรีย์ของฟิล์มไคโตซาน พบว่าเมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารสกัด ค่าการซึมผ่านของไอน้ำ (water vapor permeability, WVP) และค่าความสว่าง (L*) มีค่าลดลง นอกจากนี้ยังพบว่าค่าความหนา, ค่าสีแดง (a*), ค่าสีเหลือง (b*) และการเปลี่ยนแปลงของค่าสี (E ) มีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p ≤ 0.05) เมื่อเทียบกับฟิล์มไคโตซานที่ไม่เติมสารสกัดชาเขียว และพบว่าการเพิ่มความเข้มข้นของสารสกัดชาเชียวไม่มีผลต่อประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญจุลินทรีย์ของฟิล์มไคโตซานโดยไม่พบการเจริญของจุลินทรีย์บริเวณใต้แผ่นฟิล์มไคโตซานที่เติมสารสกัดชาเขียว นอกจากนี้เมื่อเพิ่มความเข้นข้นของสารสกัดชาเขียวปริมาณสารประกอบฟีนอลิกทั้งหมด และการต้านอนุมูล DPPH จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p ≤ 0.05) ยกเว้นเมื่อเพิ่มความเข้มข้นของสารสกัดชาเขียว 20% สมบัติต้านอนุมูล DPPH มีค่าน้อยที่สุด ในขณะที่ฟิล์มไคโตซานที่เติมสารสกัดชาเขียวความเข้มข้น 10% มีสมบัติต้านอนุมูล DPPH สูงที่สุด (63.74%) จึงเลือกฟิล์มไคโตซานที่เติมสารสกัดความเข้มข้นดังกล่าวไปใช้ในการทดลองขั้นต่อไป การทดลองในส่วนสุดท้ายจึงเป็นการนำฟิล์มไคโตซานที่มีความเข้มข้นของสารสกัดชาเขียว 10% มาประยุกต์ใช้ในการห่อผลิตภัณฑ์ไส้กรอกโดยเปรียบเทียบกับฟิล์มไคโตซานที่ไม่เติมสารสกัดชาเขียว และการไม่ใช้ฟิล์มไคโตซาน จากนั้นติดตามการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไส้กรอกทางกายภาพ ได้แก่ ค่าทางสี (L* a* และ b*) และเนื้อสัมผัส (แรงตัดขาด), ทางเคมี ได้แก่ ค่า pH และค่ากรดไทโอบาร์บิทูริก (Thiobarbituric acid value, TBA) ทางจุลินทรีย์ได้แก่ ปริมาณแบคทีเรียทั้งหมด ยีสต์ รา และแบคทีเรียแลกติกและการทดสอบทางประสาทสัมผัส โดยพิจารณา ระดับสี, การเกิดเมือก, กลิ่นผิดปรกติ และการยอมรับโดยรวม ของผลิตภัณฑ์ไส้กรอก พบว่าฟิล์มไคโตซานที่เติมสารสกัดชาเขียวมีค่า TBA ที่ต่ำกว่าตัวอย่างที่ห่อด้วยฟิล์มไคโตซานและตัวอย่างควบคุม เช่นเดียวกันกับค่าแรงตัดขาด, ค่า L* และ ค่า b* ที่เพิ่มขึ้นและค่า a* ที่ลดลง และพบว่าตัวอย่างที่ห่อด้วยฟิล์มที่เติมสารสกัดชาเขียวมีการเจริญของแบคทีเรียทั้งหมด ยีสต์ รา และแบคทีเรียแลกติก ช้ากว่าตัวอย่างอื่นส่งผลให้ ค่า pH มีการเปลี่ยนแปลงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับตัวอย่างอื่น ๆ สอดคล้องกับผลการทดสอบทางประสาทสัมผัสซึ่งพบว่า เมื่อระยะเวลาการเก็บเพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์ไส้กรอกที่ห่อด้วยฟิล์มไคโตซานที่เติมสารสกัดชาเขียวมีการเปลี่ยนสี, กลิ่นผิดปรกติ และการเกิดเมือกช้ากว่าตัวอย่างอื่น ทั้งนี้การใช้ฟิล์มไคโตซานที่เติมและไม่เติมสารสกัดชาเขียวจะยืดอายุการเก็บผลิตภัณฑ์ไส้กรอกได้นาน 16 วันที่อุณหภูมิ 4°C เมื่อเทียบกับตัวอย่างควบคุมที่เก็บรักษาได้น้อยกว่า 12 วันที่อุณหภูมิเดียวกัน ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าฟิล์มไคโตซานที่เติมสารสกัดชาเขียวสามารถรักษาคุณภาพ, ลดการเกิดปฏิกิริยา lipid oxidation ชะลอการเจริญของจุลินทรีย์และช่วยยึดอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ไส้กรอกหมูได้

  • BIP!
    Impact byBIP!
    selected citations
    These citations are derived from selected sources.
    This is an alternative to the "Influence" indicator, which also reflects the overall/total impact of an article in the research community at large, based on the underlying citation network (diachronically).
    0
    popularity
    This indicator reflects the "current" impact/attention (the "hype") of an article in the research community at large, based on the underlying citation network.
    Average
    influence
    This indicator reflects the overall/total impact of an article in the research community at large, based on the underlying citation network (diachronically).
    Average
    impulse
    This indicator reflects the initial momentum of an article directly after its publication, based on the underlying citation network.
    Average
Powered by OpenAIRE graph
Found an issue? Give us feedback
selected citations
These citations are derived from selected sources.
This is an alternative to the "Influence" indicator, which also reflects the overall/total impact of an article in the research community at large, based on the underlying citation network (diachronically).
BIP!Citations provided by BIP!
popularity
This indicator reflects the "current" impact/attention (the "hype") of an article in the research community at large, based on the underlying citation network.
BIP!Popularity provided by BIP!
influence
This indicator reflects the overall/total impact of an article in the research community at large, based on the underlying citation network (diachronically).
BIP!Influence provided by BIP!
impulse
This indicator reflects the initial momentum of an article directly after its publication, based on the underlying citation network.
BIP!Impulse provided by BIP!
0
Average
Average
Average
Upload OA version
Are you the author of this publication? Upload your Open Access version to Zenodo!
It’s fast and easy, just two clicks!